ฤดูฝนถือเป็นช่วงที่พืชผลทางการเกษตรของเราจะไม่ขาดแคลนน้ำ แต่ใช่ว่าช่วงนี้จะดีเสมอไป เพราะหากปริมาณน้ำฝนมีมาก ฝนตักหนักเกินไป จนเกินน้ำท่วมขัง อาจทำให้เกิดผลเสียต่อผลผลิตของเราทั้งในเรื่องของราคาขายและคุณภาพ วันนี้เฮงมีคำแนะนำในการปลูกและการดูแลพืชผักในช่วงฤดูฝนนี้กันค่ะ

ปัญหาการปลูกพืชหน้าฝน มีอะไรบ้าง?

การ ปลูกพืชหน้าฝน เป็นเรื่องที่เกษตรกรให้ความสำคัญไม่น้อย หลายคนคิดว่าการปลูกพืชหน้าฝน เป็นช่วงที่พืชจะไม่คลาดแคลนน้ำทางเกษตร แต่หากฝนตกหนักมากเกินไป การปลูกพืชหน้าฝนประสบปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เพาะปลูก ทั้งนี้ปัญหาการปลูกพืชหน้าฝนที่พบได้มีดังนี้

  • สูญเสียธาตุอาหาร เพราะหน้าดินถูกน้ำฝนชะล้างและพัดหน้าดินออกไป
  • ในฤดูฝนท้องฟ้ามีเมฆปกคลุมเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณแสงแดดมีไม่เพียงพอต่อการสังเคราะห์แสงในพืช เป็นเหตุให้ผักหยุดชะงักการเจริญเติบโต
  • ปัญหาวัชพืชขึ้นเป็นจำนวนมากเนื่องจากปริมาณน้ำฝนและความชื้นสูง ซึ่งวัชพืชจะไปแย่งอาหารในดินจากพืชผลที่เราเพาะปลูก เป็นเหตุให้ผักเจริญเติบโตช้าลง ให้ฤดูฝนจึงมีการใช้ยาฆ่าหญ้าเป็นจำนวนมาก
  • ปัญหาโรครากเน่าอันเนื่องมาจากแปลงปลูกถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ซึ่งโรคพืชหลายชนิดเกิดจากเชื้อราเป็นสาเหตุหลักซึ่งสามารถขึ้นได้ง่ายในดินมีความชื้นสูง ดังนั้น โรคพืชจึงมักจะชุกชมในฤดูนี้
  • การเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลา 2 ถึง 3 วันขึ้นไป ทำให้รากพืชเกิดสภาวะการขาดก๊าซออกซิเจน และทำให้รากพืชตายได้ นอกจากก๊าซออกซิเจนแล้ว ยังเกิดปัญหาการขาดแคลนธาตุไนโตรเจนอีกด้วย
  • หยดน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ต้นอ่อนและผักใบบางเกิดความเสียหายได้

พืชที่ไม่ควรปลูกในหน้าฝน มีอะไรบ้าง?

แม้ว่าน้ำจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช แต่ก็ยังมีพืชผักบางประเภทที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกในช่วงหน้าฝน โดยพืชผักที่ไม่ควรปลูกมีดังนี้

  • ผักกินหัว เช่น แครอท หัวไชเท้า
  • ผักกินผล เช่น พริกแดง พริกชี้ฟ้า พริกหวาน มะเขือเทศ ฝักทอง
  • ผักกลุ่มหัวหอม เช่น หอมหัวใหญ่ หอมแดง ร่วมถึงกระเทียม
  • ผักกลุ่มกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บร็อคเคอรี่ ผักกาดขาว
  • ผักจำพวกใบบาง เช่น ผักชี ขึ้นฉ่าย

เทคนิคปลูกผักหน้าฝน ดูแลพืชผักในช่วงหน้าฝน ต้องทำอย่างไร?

ในช่วงหน้าฝน เป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรต้องเอาใจใส่พืชผักเป็นอย่างมาก แม้ว่าเราจะปลูกพืชที่ทนฝนทนน้ำก็ตาม แต่พืชก็ต้องการการดูแลบำรุงรักษาเช่นกัน โดยวิธีการดูแลพืชหน้าฝน มีดังนี้

1.การคลุมแปลงปลูก

  • การคลุมแปลงปลูกด้วยหญ้าแห้ง ฟาง หรือใบไม้แห้ง ช่วยป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้น และยังช่วยลดการชะล้างหน้าดิน ป้องกันดินอัดแน่นจากแรงน้ำฝนที่ตกมากระแทกดิน และป้องกันไม่ให้รากผักได้รับความเสียหายจากน้ำฝน
  • การคลุมแปลงปลูกด้วยหลังคา สแลนหรือตาข่ายอย่างบาง เพื่อป้องกันไม่ให้พืชผักที่ปลูกได้รับแรงกระทบกระเทือนจากหยดน้ำฝน

2.การเลือกพืชที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในฤดูฝน

การเลือกพืชที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในฤดูฝน เช่น คะน้า กวางตุ้ง แตงกวา บวบ ผักกาดหอม ชะอม ผักบุ้ง ตำลึง หน่อไม้ ถั่วฝักยาว มะระ ต้นหอม และผักชี เนื่องจากผักชีมีใบที่บาง ควรคลุมแปลงปลูกด้วยหลังคาหรือสแลนเพื่อป้องกันแรงกระทบกระเทือนจากหยกน้ำฝน

3.ยกแปลงปลูกให้สูงขึ้น

การยกแปลงปลูกให้สูงขึ้นจะช่วยให้น้ำระบายออกได้ดี รวมทั้งยังลดปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณรากพืชในแปลงผักได้

4.ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ปริมาณไนโตรเจนสูง

การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ปริมาณไนโตรเจนสูง ตัวอย่างเช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยพืชสด จะช่วยให้พืชที่ถูกน้ำท่วมขังสามารถฟื้นตัวจากสภาวะขาดก๊าซออกซิเจนและธาตุอาหารได้อย่างรวดเร็ว

5.ปกป้องแปลงผักด้วยสมุนไพร

โรคเชื้อราในพืชมักเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งในช่วงหน้าฝน แต่เราสามารถป้องกันโรคพืชเหล่านี้ได้ด้วยการใช้สมุนไพรที่มีรสขม ฝาด หรือเผ็ด นำมาตำจนแหลก แช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน จากนั้นนำน้ำสมุนไพรที่หมักไว้ ผสมน้ำเปล่าอีกประมาณ 3 ส่วน ใส่ในขวดพ่น แล้วนำไปพ่นบริเวณแปลงผักหลังฝนตกใหม่ ๆ จะช่วยป้องกันโรคพืชที่มากับหน้าฝนได้

หน้าฝนปลูกผักอะไรดี?

การเลือกปลูกพืชผักที่เหมาะสมกับฤดูกาล จะช่วยให้พืชผักโตไว ให้ผลผลิตดี รวมไปถึงการดูแลบำรุงป้องกันโรคและศัตรูพืชต่าง ๆ ด้วย สำหรับหน้าฝนนี้ ควรปลูกผักอะไรดีนั้น มาดูกันเลยค่ะ

1.ผักชี

ผักชี เหมาะสำหรับปลูกช่วงปลายหน้าฝน ในการเตรียมดินปลูกจะใช้ดินร่วนปนทรายเข้ากับปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปูนขาว แปลงปลูกควรทำแบบยกร่อง ระบายน้ำได้ดี ส่วนการเตรียมเมล็ดให้นำเมล็ดหมักด้วยน้ำสะเดาหรือเชื้อราไตรโคเดอร์มา ฮาร์เซียนั่ม ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ผักชีเน่า จากนั้นนำเมล็ดไปหว่านในแปลง เว้นระยะห่างพอสมควร และใช้ฟางข้าวบด โรยหน้าดินและรดน้ำให้ชุ่ม

2.สะระแหน่

สะระแหน่ นิยมปลูกด้วยการปักชำ ในการเตรียมดินปลูกจะใช้ดินร่วน ปุ๋ยหมัก ทราย อัตราส่วน 2:1:1 และปูนขาวเล็กน้อยมาผสมให้เข้ากันส่วนการเตรียมกิ่งสำหรับปักชำ ให้เลือกกิ่งที่ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป แล้ววางกิ่งนอนเอนราบทาบไปกับหน้าดิน รดน้ำให้ชุ่ม เสร็จแล้วก็โรยแกลบทับหน้าดินเล็กน้อย และไม่แนะนำให้ใส่ปุ๋ยเคมี เพราะอาจทำให้สาระแหน่เหี่ยวตาย

3.คะน้า

คะน้าเป็น เหมาะสำหรับปลูกช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ในการเตรียมดินปลูก ให้นำดินมาตากแห้งผสมกับปุ๋ยคอก หว่านเมล็ดให้ห่างกันสักประมาณ 2-3 ซม. ใช้ดินกลบให้หนาประมาณ 1 ซม.จากนั้นคลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง

4.กุยช่าย

กุยช่าย เหมาะสำหรับปลูกในช่วงต้นและปลายฤดูฝน ในการเตรียมดินปลูกจะใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยมูลสัตว์ ผสมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หากปลูกในแปลงจะต้องยกร่องสูงประมาณ 30 ซม. – 1 เมตร หรือหากปลูกในกระถางก็ให้พรวนดินและตากดินให้แห้งก่อนลงดินในกระถาง คลุกให้เข้ากันเป็นเวลาประมาณ 3-5 วัน หลังจากนั้นก็หว่านเมล็ดลงไป แล้วคลุมด้วยฟางข้าวหรือแกลบ

5.กวางตุ้ง

กวางตุ้ง ปลูกได้ตลอดทั้งปี ในการเตรียมดินปลูกจะใช้ดินร่วนผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา 2:1 ส่วน จากนั้นกดดินทำหลุมหยอดเมล็ดลึกประมาณ 0.5 เซนติเมตร หลุมละประมาณ 1-2 เมล็ด กลบดินทับ รดน้ำให้ชุ่ม โรยปูนขาวล้อมรอบเพื่อป้องกันมด

6.ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีน เหมาะสำหรับปลูกในช่วงปลายฤดูฝน เริ่มต้นรดน้ำหน้าดินให้ชุ่มก่อนหว่าน โดยเมล็ดในตอนเย็น คลุมดินด้วยฟางแห้งบาง ๆ รดน้ำให้ชุ่ม แนะนำให้ทำตาข่ายบังแดดและบังฝนกางไว้เหนือแปลงหรือกระถาง

7.ผักกาดหอม

ผักกาดหอม เหมาะสำหรับปลูกในช่วงปลายฤดูฝน ในการเตรียมดินปลูก ให้ผสมดินเข้ากับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 และปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยมูลสัตว์ พรวนดินให้เข้ากัน แล้วนำไปตากให้แห้ง และใส่ปูนขาวผสมลงไป แล้วทำการหว่านเมล็ดพร้อมนำดินที่เตรียมไว้ผสมกับมูลสัตว์มาโรยให้ทั่วดิน จากนั้นรดน้ำลงดินให้ชุ่ม หลังจากที่เมล็ดงอกออกเป็นต้นกล้าแล้ว  สามารถย้ายต้นกล้าลงกระถางได้

 

8.บวบ

บวบ เหมาะสำหรับปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ในการเตรียมดินปลูกจะต้องเริ่มเตรียมดินประมาณ 7 วันก่อนปลูก โดยการตากดินให้แห้งประมาณ 7 วัน แล้วนำไปผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปในดิน หากดินเป็นกรดให้เติมปูนขาวลงไปผสมด้วย จากนั้นขุดหลุมให้ลึกประมาณ 20-25 ซม. หยอดเมล็ดลงหลุมละประมาณ 4-5 เมล็ด กลบด้วยดินร่วนหรือปุ๋ยคอกหนาประมาณ 1 ซม. รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อบวบเริ่มเลื้อยแล้ว ให้นำไม้ค้ำสำหรับให้บวบเลื้อยต่อไป

9.มะเขือเทศ

มะเขือเทศ เหมาะสำหรับปลูกในช่วงปลายฤดูฝน ในการเตรียมดินปลูกจะต้องตากดินให้แห้งประมาณ 7 วัน จากนั้นนำไปผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก แล้วทำการหว่านเมล็ด โรยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักกลบทับหน้าดินอีกชั้น หนาประมาณ 0.6-1.2 ซม. เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 30 วัน ให้ย้ายลงกระถางปลูกได้ โดยย้ายต้นกล้าในช่วงเวลาบ่ายถึงเย็น และต้นกล้าจะต้องมีดินติดรากให้มาก พร้อมรดน้ำให้ชุ่มทันที

10.หอมแดง

หอมแดง เหมาะสำหรับปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ในการเตรียมดินปลูกจะต้องตากดินให้แห้งประมาณ 3 วัน จากนั้นพรวนดินให้ร่วนแล้วเติมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยมูลสัตว์ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 โรยรองพื้นก่อนปลูก พร้อมรดน้ำให้ดินชุ่ม แล้วไปนำหัวหอมที่ตัดแต่ง ทำความสะอาด และเล็มราก ใบแห้งทิ้งแล้วมาปักลงไปในดินปลูกอย่างเบามือ โดยให้เหลือพ้นดินไว้ประมาณครึ่งหัว คลุมดินด้วยหญ้าหรือฟางหนาพอประมาณ รดน้ำให้ชุ่ม

การ ปลูกพืชหน้าฝน นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ควรเลือกปลูกพืชผักที่เหมาะสมตามสภาพอากาศและฤดูกาล พร้อมทั้งดูแลปกป้องโรคพืชและศัตรูพืชอย่างถูกวิธี จะทำให้พืชผักที่เราปลูกนั้นสามารถเจริญเติบโตได้ดี พร้อมส่งขายได้กำไรงาม ทั้งนี้หากพี่น้องเกษตรกรท่านไหนที่กำลังเตรียมเพาะปลูกในหน้าฝนนี้ จำเป็นต้องใช้ข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ทางการเกษตร แต่ยังไม่มีทุนอย่างเพียงพอ เฮงแนะนำสินเชื่อเฮงเปลี่ยนรถเป็นเงิน เปลี่ยนรถเป็นเงินก้อนทันใช้ ช่วยให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการทำเกษตรกรรมได้อย่างสบายใจ ปลอดภัย รับรถทุกชนิด ใคร ๆ พึ่งได้ สนใจสินเชื่อติดต่อได้ที่ เฮงลิสซิ่ง ตึกสีเขียว ทุกสาขาใกล้บ้าน โทร.1361 หรือกดปุ่มสีแดงด้านล่างนี้เลย

สมัครสินเชื่อ